Open login
"กบข-กองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ ตอนที่ 2 "
เขียนโดย คุณโสภาวดี เลิศมนัสชัย และคุณยุทธนา กระบวนแสง    วันพุธที่ 17 สิงหาคม 2011 เวลา 00:00 น.    พิมพ์ อีเมล

 

 

officer001"งาน กบข. งานหลักก็คือการบริหารเงินกองทุน เพื่อที่จะเป็นหลักประกันสร้างความมั่นคงให้กับสมาชิกตอนที่เค้าเกษียณแล้ว”  คุณโสภาวดี เลิศมนัสชัย  เลขาธิการกองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ 

 

 

 

 

แขกรับเชิญ : คุณโสภาวดี เลิศมนัสชัย 

เลขาธิการกองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ

เรื่อง : "กบข-กองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ ตอนที่ 2 "

รายการ เป็น เงินเป็นทอง ออกอากาศทาง ทางช่อง CAT CHANNEL (ช่อง 99) ทางดาวเทียมไทยคม 5 ระบบ C-Band ความถี่ 3824 Vertical Symbol Rate 2222  วันพุธ เวลา 10.00-11.00 น.

วันที่ออกอากาศ : วันพุธที่ 17 สิงหาคม  2554

 

บทสัมภาษณ์

 

 

คุณยุทธนา : คุณผู้ชมครับรายการเป็นเงินเป็นทอง เดี๋ยวจะถามท่านเลขานะครับว่า ท่านเลขาครับตกลงแล้วสมาชิก กบข. เค้ามีทางเลือกของเค้าไหม โดยเฉพาะทางเลือกในการลงทุน เนื่องจากว่าแต่ละคนนั้นรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน บางคนรับความเสี่ยงได้เยอะ บางคนรับความเสี่ยงได้น้อย ซึ่งแน่นอนนะครับ ผลตอบแทนก็จะมีความต่างกัน ท่านเลขาครับ ตกลงเรื่องที่ใช่ มันคืออะไรกันแน่ครับ

 

คุณโสภาวดี : เรื่องที่ใช่ก็จะเป็นเรื่องแผนลงทุน ให้สมาชิกได้มีโอกาสเลือกแผนลงทุนเอง เพราะอย่างที่ทราบกัน สมาชิกของ กบข. มีถึง 1.2 ล้านคน และแต่ละท่านก็มีความแตกต่างกันก็จะเป็นเรื่องอายุ เรื่องของความเข้าใจของการลงทุน เรื่องการยอมรับความเสี่ยง ก็แตกต่างกันนั้นจะให้มีสูตรเดียว จะให้บอกกับทุกคนเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเดือนกรกฎาคม เริ่มเปิดให้มีแผนทางเลือกให้กับสมาชิกของ กบข.เราก็เริ่มต้นจากแผนไม่เยอะก่อนนะค่ะ มีสี่แผน คือแผนเดิมก็เป็นแผนหลัก ของเราอยู่แล้ว ถ้าใครไม่เลือกที่มีอีกสามแผนก็จะมีการย้ายอัตโนมัติไปอยู่ที่แผนหลักค่ะ แล้วก็แผนที่เพิ่มขึ้น ก็คือ แผนผสมหุ้นทวี อันนี้ก็จะมีส่วนผสมของตราสานทุนเยอะหน่อยอยู่ประมาณ 35% ตราสานหนี้ก็ลดน้อยไป อันนี้ก็เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มเข้าทำงานนะค่ะ ยังมีเวลาอีกยาวนานที่จะสะสมเรื่องของผลตอบแทนได้ เพราะฉะนั้นเรื่องของความผันผวนระยะสั้นมันจะมีระยะเวลายาวนาน เพราะฉะนั้นจึงเหมาะกับวัยที่เริ่มต้นทำงาน ยังมีเวลาอีกยาวนาน สำหรับแผนตราสานหนี้ก็จะเหมาะกับคนที่อยู่ในวัยกลางคนว่าแผนนี้จะลงเฉพาะตราสานหนี้อย่างเดียวไม่ค่อยเห็นลงทุนในตราสานหนี้ระยะยาวและตลาดลงทุนระยะสั้น ก็อาจจะค่อยๆออม แต่ตรงนี้เราจะคาดหวังว่า จะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอย่างน้อยก็ชนะนะค่ะ

 

คุณยุทธนา : แต่จะให้ไปหวือหวาเหมือนคนที่เริ่มทำงานอย่างนี้คงไม่ไหวไม่เหมาะนะครับ

 

คุณโสภาวดี : ไม่ๆ อาจจะเหมาะกับคนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงมากนักหวังที่จะให้เงินต้นปลอดภัยมากขึ้นได้ผลตอบแทนน้อยหน่อยไม่ว่า อีกแผนหนึ่งคือแผนตลาดเงิน ก็ลงทุนเฉพาะตราสานหนี้ระยะสั้นอย่างเดียว อันนี้ก็จะเหมาะกับท่านที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงเลย มุ่งจะรักษาเงินต้นไว้ให้ได้มากที่สุด ผลตอบแทนต่ำไม่เป็นไร อาจจะได้ 1 % อย่างนี้ไม่เป็นไร คนที่มุ่งรักษาเงินต้นไว้ แล้วก็คนที่ใกล้เกษียณอาจอีกสองสามปีไม่เอาแล้ว เงินต้นสำคัญที่สุด

 

คุณยุทธนา : มีให้เลือกสี่แผน และทั้งสี่ทางเลือก แผนไหนฮอตที่สุดครับท่านเลขา

 

คุณโสภาวดี : ตอนนี้มีสมาชิกเข้ามาเลือกแผนแล้วนะค่ะ อาจจะรู้สึกว่าน้อย จริงๆ ก็มีอยู่ที่ประมาณ 1500 คนนะค่ะ

 

คุณยุทธนา : ตัวเลขทำไมมันน้อย เพราะจากสมาชิกตัวเลขเป็นล้านนะครับ คือฟังเบื้อต้นสมาชิกเป็นล้านมาเข้าโครงการนี้ เลือกที่ใช้ พันกว่าคนเท่านั้นเอง จริงๆก็รู้สึกว่าน้อย จริงๆมันไม่น้อยเหรอครับ

 

คุณโสภาวดี : มันก็เป็นอย่างนี้ไงค่ะ คนที่ไม่เลือกก็คือคนที่พอใจอยู่ในแผนเดิมอยู่แล้วซึ่งเป็นแผนที่ให้ผลตอบแทนอยู่ในแผนหลักอยู่แล้ว แผนที่ให้ผลตอบแทนความเสี่ยงก็ ลงทุนในหุ้น 10% ชอบใจอยู่แล้ว ผลตอบแทนที่ผ่านมาก็ได้ประมาณเฉลี่ยก็ประมาณ 7%

 

คุณยุทธนา : ครับ แล้วในพันกว่ารายที่มาเลือกชะตาชีวิตของตัวเองเค้าเลือกแผนไหนมากที่สุดครับ

 

คุณโสภาวดี : ค่ะ ก็ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแผนผสมหุ้นทวีค่ะ 90%

 

คุณยุทธนา : ผมขยับมาอีก อีกโครงการหนึ่งได้ไหมครับว่ากันว่าตอนนี้ กบข. กำลังผลักดันเรื่องของโครงการออมเพิ่มโครงการออมเพิ่มคืออะไรและทำไมกบข.ถึงอยากให้สมาชิกออมเพิ่มครับ

officer005

คุณโสภาวดี : อย่างที่ได้เกริ่นกันไปตั้งแต่ต้นนะค่ะ คาดหวังว่าอายุคนเราจะยืนยาวมากขึ้น การออมเพิ่มก็จะเป็นสิ่งสร้างหลักประกันให้เรามากยิ่งขึ้น เราเกษียณ 60 เราอาจจะมีอายุไปอีก 20 ปี เพราะฉะนั้นเราจะทำไงให้คุณภาพชีวิตที่เราเกษียณแล้วมีเงินเพียงพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ยาวนาน การออมของท่านสมาชิกก็ กบข.นี้ ต้องยอมรับว่าได้เงินไม่เยอะมากปัจจุบัน 3% รัฐบาลสมทบอีก3% และมีเงินชดเชยอีก 2% ถ้าเทียบกับเอกชนที่เป็นเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วนใหญ่จะออม 10% ของเงินเดือน และนายจ้างสมทบให้อีก 10% แล้วสามเปอร์เซ็นต์นี้ก็เป็นตัวเลขเริ่มต้น 10ปีมาแล้ว ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ข้าวของก็แพงขึ้น

 

คุณยุทธนา : ข้าวแกงก็จานละ 40 บาทขึ้นไปแล้ว

 

คุณโสภาวดี : ค่ะนึกไม่ถึงนะค่ะ แต่ก่อนเคยทานข้าวแกงจานละ 7 บาท เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าค่าของเงิน 100 บาท จะซื้อข้าวของอะไรก็ได้น้อยลง เพราะฉะนั้นเงินออมก็ควรจะออมมาขึ้น ควรจะตั้งเป้าหมายว่าเงินออมของเราที่จะเพียงพอนี้เท่าไหร่ การออมเพื่อการเกษียณ ส่วนหนึ่งก็อยากบอกว่าเป็นความรับผิดชอบของเราเองนะค่ะ ส่วนหนึ่งก็เป็นที่รัฐจัดสวัสดิการให้ อาจจะมีทั้งบำนาญและบำเหน็จ รวมทั้งเงินที่จะออมเข้า กบข.ด้วย แต่ว่าเราเองเราก็ต้องดูว่ารัฐอาจจะไม่จัดสวัสดิการให้เราครบก็ได้ อย่างที่เราต้องการเพราะฉะนั้นเราควรจะออมเพิ่มจาก 3 % อย่างที่เรียนว่า ถ้าเราดู คงเคยได้ยินว่า ออมก่อนรวยกว่า

 

คุณยุทธนา : ออมก่อนรวยกว่าพลังของดอกเบี้ยทบต้น

 

คุณโสภาวดี : จะเห็นได้ว่ามันก็จะช่วย ยิ่งอายุน้อยๆ เรื่องดอกเบี้ยที่ได้จะทบกันไปเรื่อยๆ ทำให้เราได้เงินตามเป้าหมายที่เร็วขึ้น แทนที่เราจะรอว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งออมเลย ใกล้เกษียณคอยออมมันไม่ทันซะแล้วค่ะ คือออมน้อยๆเริ่มต้นไปเรื่อยๆการจะไปสู่เป้าหมายหลังเกษียณจะมีมากขึ้นค่ะ ก็เป็นโครงการที่มาว่าเราอยากรณรงค์ให้สมาชิกของเรามองว่าการออมเพิ่มเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนเพื่อการเกษียณของเราค่ะ

 

คุณยุทธนา : แล้วหลักเกณฑ์ในการออมเพิ่มมีอะไรบ้างครับท่านเลขาครับ

 

คุณโสภาวดี : ก็ง่ายๆเลยค่ะ คือเรื่องของภาษี ที่ได้ประโยชน์จากสิทธิภาษี เราสามารถออมและลดหย่อนภาษีได้ที่ 15% เพราะฉะนั้นตอนนี้สมาชิกออมไปแล้ว 3% ก็สามารถออมเพิ่มอีก 12% ก็จะได้สิทธิที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 5 แสนบาท

 

คุณยุทธนา : อ่อ 3% เดิมแล้วบวกใหม่อีก 12% รวมกันแล้วก็จะเป็น 15% เต็มเพดานจริงๆตามที่กฎหมายกำหนดสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 5 แสนบาท

 

คุณโสภาวดี : แล้วก็เวลาออมกับ กบข. ก็ต้องบอกว่าสะดวกนะค่ะ เพราะว่าเราออมอยู่แล้ว 3% ที่ต้อหักเงินเพิ่มอยู่แล้ว เงินที่หักนี้ก็เข้าบัญชีเดียวกันด้วยวิธีที่ง่ายๆ ก็คือต้นสังกัดก็ จะหักให้ แล้วก็อยู่ในบัญชีเดียว การที่เราบอกว่าเราจะออมเพิ่ม เดี๋ยวจะไปหาซื้อกองทุนรวมมันก็คนละบัญชี และอีกอย่างมันก็คือการสร้างวินัยในการออม เพราะว่าต้นสังกัดนี้หักทุกๆเดือน แล้วไม่มีลืมแน่นอนหรือว่าไม่มี ว่าตอนนี้จะเป็นยังไงจะลงดีไหม แล้วเสดเวลาผ่านไปก็ไม่ได้ออม

 

คุณยุทธนา : คือเมื่อก่อนเค้าบอกว่ามีเงินมาเอาไปใช้ก่อนที่เหลือเราค่อยออม แต่ถ้าเกิดว่า ถ้าหักเลยตอนรับเงินเดือนก็คือว่ามีรายได้หักออมที่เหลือจึงใช้ ใช้วิธีหักคออย่างนี้

 

คุณโสภาวดี : ใช่ค่ะ คือออมก่อนใช้ เหมือนกับทุกๆเดือนไม่ต้องไปแสวงหาไปทำอะไรนะค่ะ ต้นสังกัดก็จะหักเงินสะสมของเราที่เพิ่มเข้าในบัญชีเดิม สะดวก และอยู่ในบัญชีเดียวกัน แล้วก็ กบข. ก็จะนำเงินไปลงทุน

officer006

คุณยุทธนา : จากหักแค่ 3% ก็จะมีเพดานหักเพิ่มได้อีก 12% ครับ ในเรื่องของการออมเพิ่มก็คือว่าเมื่อถึงเวลาต้นสังกัดก็หักไปออมเพิ่มจากเดิม 3% ก็จะหักเพิ่มได้เป็น 12% รวมกันแล้วก็จะเป็น 15% เต็มเพดานจริงๆตามที่กฎหมายกำหนดสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มเพดาน

 

คุณโสภาวดี : จริงๆก็ด้วยวิธีไม่ยากเลยนะค่ะ เราก็จะมีวิธีการกรอกแบบฟอร์มค่ะ สามารถดาวน์โหลดได้แล้วก็กรอกแบบฟอร์มส่งทางต้นสังกัดที่อยู่ใกล้กัน หน่วยงานต้นสังกัดก็จะหักเงินเดือนในเดือนถัดไปเข้าบัญชีสมาชิกที่เราแยกไว้แต่ละคนนะค่ะ แล้วนำเงินนั้นไปลงทุนต่อไปนะค่ะ

 

คุณยุทธนา : ขั้นตอนไม่ยากเลย ขั้นตอนง่ายๆแล้วก็หักเงินด้วย

 

คุณโสภาวดี : ดีอยู่อย่างก็คือสร้างวินัยในเรื่องการออม ออมทุกเดือน

 

คุณยุทธนา : ทำไมให้ความสำคัญในเรื่องการออมเงินกับสมาชิก สำคัญอย่างไร

 

คุณโสภาวดี : เราอยากให้สมาชิกตระหนักถึงเรื่องของการดูแล เรื่องของเงินทองหรือว่าเรื่องของการวางแผนในระยะยาว เพราะว่าเรื่องของการออมการวางแผนไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ในระยะสั้น มันจะเสียดายมากเลยนะค่ะ ถ้าเราไม่มีการวางแผนตั้งแต่เริ่มที่เรามีรายได้ เราไปวางแผนตอนเกษียณมันก็ช้าเสียแล้ว อย่างเช่นวันนี้ทุกคนต้องตระหนักนะค่ะว่า เราจะอายุยืนยาวขึ้น ถ้าหากว่าคุณพ่อคุณแม่อายุ 80 นะค่ะ ดีไม่ดีเราต้องบวกเพิ่มไปอีกสิบปีอย่างน้อยเราอาจจะอายุ 90 ปี มันเป็นเรื่องพันธุกรรมด้วย

 

คุณยุทธนา : ต้องดูพ่อแม่เป็นหลัก ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่อายุยืนด้วยเรากะมีโอกาสอายุยืนพอๆกับท่านหรือมากกว่าท่านก็ได้

 

คุณโสภาวดี : มีโอกาสมากกว่าด้วยนะค่ะเรื่องของวิทยาการทางการแพทย์ แล้วก็เราเติบโตมาในสังคมที่มีการดูแลสุขภาพอันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่อยากให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ แล้วเราจะมีชีวิตอีกยาวนานหลังเกษียณนะค่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องชีวิตหลังเกษียณถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ตองมาเริ่มคิด เริ่มที่จะดูแลเงินทองของเราตั้งแต่เนินๆและก็มีการวางแผนการออมของเรา เพื่อนำไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทางที่เราต้องการมีชีวิตคุณภาพที่ดี อันนั้นก็เป็นหลักที่เราอยากจะบอกสมาชิกว่าควรจะมีการวางแผน

 

คุณยุทธนา : จะได้ไม่ลำบากตอนแก่

 

คุณโสภาวดี : ที่เราทราบมานะค่ะว่า ณ ปัจจุบัน สมาชิกของเราในบางกลุ่มก็เป็นหนี้ เพราะฉะนั้นเราควรบริหารหนี้ของเราให้เป็นก่อน

 

คุณยุทธนา : เวลาเป็นหนี้ก็ต้องเป็นหนี้ให้เป็นด้วยเหรอครับ

 

คุณโสภาวดี : ค่ะ เพราะว่าเรื่องของการเป็นหนี้นะค่ะ อัตราดอกเบี้ยอาจจะสูง บางท่านไม่ได้คิดเลยว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเท่าไหร่ พอบริหารหนี้ให้เป็น เราก็ต้องรู้จักลงทุนด้วย

 

คุณยุทธนา : การจะบริหารหนี้ให้เป็นอย่างท่านเลขาบอก อย่างเช่นเวลาเราจะจัดการกับหนี้ก็ควรจะเลือกจัดการหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงๆไว้ก่อนเรียงลำดับลงมา อันนี้จะเป็นหลักการการเป็นหนี้ให้เป็นตัวอย่างหนึ่งนะครับ

 

คุณโสภาวดี : หนี้สหกรณ์อาจจะทีหลังก็ได้เพราะสหกรณ์คงไม่สูงมากนัก

 

คุณยุทธนา : จากเป็นหนี้ให้เป็นแล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็นอะไรครับ ต้องลงทุนให้เป็นด้วยเหรอครับ

 

คุณโสภาวดี : ค่ะก็ต้องลงทุนให้เป็น เพราะเวลาเราบริหารหนี้แล้ว เราก็ต้องลงทุนให้เป็น ถ้าท่านคาดหวังว่าท่านจะมีเงินออม ท่านก็ต้องลงทุนให้เป็น คือเราจะมีบางท่านนะค่ะที่บอกว่า ไม่ต้องไปลงทุนอะไรหรอก ฝากไว้เอาดอกเบี้ยอย่างเดียว อย่าลืมว่า การที่เราไม่เสี่ยงเลย คือการที่เสี่ยงที่สุดในชีวิตนะค่ะ

 

คุณยุทธนา : การที่เราไม่เสี่ยงเลย คือการที่เสี่ยงที่สุด คือยังไงครับ

 

คุณโสภาวดี : ก็คือ ดอกเบี้ยเงินฝากก็ดูนะค่ะ คือที่ผ่านมานี้เป็นยังไงบ้าง เงินเฟ้อนี่ยังสูงกว่าอีกนะค่ะ

 

คุณยุทธนา : เป็นยุคดอกเบี้ยไม่เต็มบาท เป็นยุคที่ดอกเบี้ยแท้จริงติดลบเพราะดอกเบี้ยรัฐที่เราได้จากธนาคาร มันต่ำกว่าเงินเฟ้อ

 

คุณโสภาวดี : เพราะฉะนั้นเรามาดูในส่วนที่เราลงทุน ควรลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่สูงด้วย แล้วก็สามารถไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการด้วย

 

คุณยุทธนา : เห็นว่าแระแส หรือแทรนด์ที่ทั่วโลกจะมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น มันเป็นไปเหมือนกันทั้งโลกเลยใช่ไหมครับท่านเลขาครับ

officer007

คุณโสภาวดี : คือในโลกเราบางประเทศเค้าก็สู่สังคมผู้สูงอายุไปแล้วนะค่ะ อย่างเช่น ญี่ปุ่นหรือแถบสแกนดิเนเวียอันนี้ก็เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แล้วส่วนใหญ่อย่างสแกนดิเนเวียนี้เป็นเหมือนรัฐสวัสดิการ คือต้องจ่ายภาษีสูง แต่ว่ามีสวัสดิการผู้สูงอายุหลายๆอย่างค่ะ บ้านเราเองในยี่สิบปีข้างหน้าก็จะมองเห็นว่าผู้สูงอายุก็จะเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้เราอยู่ที่ประมาณ 10 % นะค่ะ อีกยี่สิบปีข้างหน้าอาจเพิ่มเป็นเท่าหนึ่ง ยุคที่เป็นยุคเบบี้บูม ก็กำลังเข้าสู่วัยเกษียณกันแล้วค่ะ

 

คุณยุทธนา : ท่านเลขาคิดว่าอะไรจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่จะทำให้โครงการออมเพิ่มเคลื่อนไหวช้า อะไรเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องก้าวผ่านให้ได้

 

คุณโสภาวดี : มีส่วนหนึ่งที่คิดว่า ถ้าสมาชิกเราคิดไม่รู้เรื่อง คือหมายความว่าไม่คิดเรื่องบริหารจัดการเงินของตัวเองเราก็จะเข้าไปสู่เรื่องของการเป็นหนี้ซะมากกว่าซึ่งเราก็เห็นว่ารัฐบาลเองก็ไปในเรื่องของการจัดการหนี้ ล้างหนี้บ้าง อาจจะไปช่วยสร้างหนี้บ้างหรืออาจอะไรอย่างนี้นะค่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องของการที่จะรู้จักบริหารเงิน การที่เราจะรู้ฐานนะทางการเงินของเรา โดยตรวจสุขภาพทางการเงินของเรา ถ้าเราเป็นหนี้เราก็จะมากูว่า เราจะบริหารจัดการหนี้อย่างไร

 

คุณยุทธนา : เดี๋ยวช่วงหน้าเราจะมาคุยว่าเรื่องของการจัดหนัก การจัดเต็ม เรื่องของมาตรการเชิงรุกของ กบข. ในการที่จะไปให้ความรู้เรื่องการวางแผนทางการเงินการเป็นหนี้ให้เป็น การสร้างรายได้รวมทั้งเรื่องบริหารชีวิตตัวเองเป็นเชิงรุก กบข.ที่บอกว่า จัดหนักจัดเต็มนี่ทำยังไง มีการสัญจรไปทางจังหวัดด้วยนะครับ แผนทั้งปีจะเป็นอย่างไร ตั้งเป้าไว้อย่างไรบ้างติดตามช่วงหน้า ช่วงสุดท้ายของรายการเป็นเงินเป็นทองหลังพักกันครู่เดียวครับ ท่านเลขาครับก่อนหน้านี้เคยมีมหกรรม กบข. สัญจรไหมครับ หรือเพิ่งจะมีในยุคนี้ครับ

 

คุณโสภาวดี : ก็เพิ่งมีนะค่ะ ปกติ กบข. เองก็มีไปอบรมกับสมาชิกอยู่แล้ว แต่นี้เป็นกิจกรรมที่จัดในระดับภูมิภาค คือรวมหลายๆจังหวัดมาจัดที่เดียวในภูมิภาค อย่างที่ผ่านมานี่นะค่ะ เราก็ไปแล้วที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เราไปแล้วที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จ.นครราชศรีมา คือล่าสุดที่ผ่านมา ไปที่ภาคใต้ จ.สงขลา อันนั้นก็เป็นเหมือนรวมกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องทุกๆกิจกรรมของสมาชิกเราไปรวมในงานเดียวกันถึงว่าเป็นการจัดหนักให้กับสมาชิก กบข. ค่ะ

 

คุณยุทธนา : จัดหนัก จัดเต็ม ในกิจกรรม กบข. สัญจร มีกิจกรรมอะไรบ้างครับท่านเลขา

 

คุณโสภาวดี : กิจกรรมอันแรก ก็จะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจและสิทธิประโยชน์ต่างๆของสมาชิกนะค่ะเพื่อให้สมาชิกได้รับทราบเพราะว่าหลายๆท่าน สมาชิก กบข. อาจจะไม่ได้สนใจ หรือสิทธิประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับ กบข. สิทธิประโยชนเกิดตั้งแต่ท่านเริ่มเป็นสมาชิกเลย ต่อให้ท่านไม่เกษียณก็มีสิทธิประโยชน์แล้ว

 

คุณยุทธนา : บางคนบอกว่าใกล้เกษียณเลยจะไปสนใจอะไรมากมาย

 

คุณโสภาวดี : ค่ะ ส่วนใหญ่คนก็ถ้ายังไม่ใกล้เกษียณก็ไม่ค่อยสนใจนะค่ะ และอีกอย่างก็คือที่เราเพิ่มเข้าไปในปีนี้ก็คือเรื่องของการให้ความรู้และเรื่องของการวางแผนทางการเงินให้แก่สมาชิค่ะ

 

คุณยุทธนา : ในมหกรรมนี้ มีเรื่องหรือคำแนะนำให้สมาชิกหารายได้เพิ่มหรือมีรายได้เพิ่มบางไหมครับท่านเลขา

 

คุณโสภาวดี : อย่างที่เรียนนะค่ะว่า ในแนวทางของการให้บริการหรือการให้สิทธิประโยชน์ของเรานี่นะค่ะ เรามีวิธีการของการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้และการสร้างความสุขค่ะ ในเรื่องของการเพิ่มรายได้นะค่ะ เราคิดว่าข้าราชการที่เป็นสมาชิกของ กบข. มีศักยภาพ ท่านสามารถมองช่องทางในการเพิ่มรายได้โดยการฝึกอาชีพ เราก็มีการจัดให้ อย่างเช่นเรื่องของการฝึกอาชีพโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย โดยความร่วมมือจากหลายๆหน่วยงานด้วยกัน

 

คุณยุทธนา : ปกติกระทรวงแรงงานเค้าจัดไม่ใช่เหรอครับ กบข. มีด้วยเหรอครับ

 

คุณโสภาวดี : ค่ะ กบข. ก็จะมี ก็สะดวกกับสมาชิกด้วยทุกครั้งที่เราไปสัญจรก็จะไปถึงพื้นที่เลย แล้วเราก็จะรวมกับสถาบันทางการศึกษาในพื้นที่ด้วย ที่จะให้การฝึกอาชีพให้กับสมาชิกนะค่ะ อย่างที่ผ่านมาที่จ.สงขลา เราก็มีการฝึกอาชีพ ซึ่งหลักในการคัดเลือกอาชีพของกบข. ก็อยู่ในหลักง่ายๆเลยก็คือ เรียนง่าย ทำได้จริง ในที่ผ่านมาอย่างที่เราไปสงขลานะค่ะ เรามีถึง 84 หลักสูตร แล้วก็ให้เลือกกันตามความถนัดหรือความชอบเลยนะค่ะจะเป็นหมวดเรื่องอาหาร หมวดงานฝีมือ หมวดงานบริการ หมวดการช่างแล้วก็หมวดเกษตรด้วยค่ะ อย่างหมวดอาหารก็เป็นหลักสูตรง่ายๆ อย่างเช่นทำคุกกี้ ทำซาลาเปา ห่อหมกทะเล งานฝีมือก็จะเป็นงานสกรีนเสื้อ เคลือบรูปวิทยาศาสตร์ งานช่างก็จะเป็น ซ่อมโทรศัพท์มือถือ บำรุงรักษา ซ่อมรถยนต์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ งานของบริการเราก็จะมีเรืองของการตัดผม การนวดเท้า พื้นฐานการแต่งหน้าด้วยตนเอง หรืองานเกษตรก็จะมีเพาะเห็ด กับพืชพันธุ์ต้นไม้

 

คุณยุทธนา : รวมๆแล้ว 84 อาชีพ ยืดหลักเรียนง่าย ทำได้จริง

 

คุณโสภาวดี : แล้วก็ในบางหลักสูตรที่เราได้ผ่านไปแล้วนี่นะค่ะ ก็มีสมาชิกของเราไปทำเป็นอาชีพได้จริงด้วย

 

คุณยุทธนา : feed back ดีไหมครับที่ไปสัญจรมา

 

คุณโสภาวดี : feed back ดีทุกครั้งเลยค่ะ จะมีสมาชิเรียกร้องว่า ทำไมมาครั้งเดียว อยากจะให้มีทุกเดือนไม่ใช่ปีละครั้งค่ะ

 

คุณยุทธนา : มหกรรม กบข.สัญจร เหนือก็ไปมาแล้ว ใต้ก็ไปมาแล้ว อีสานก็ไปมาแล้ว แล้วจะไปไหนต่อครับ

officer008

 

คุณโสภาวดี : ในกลางเดือนสิงหาคม 18-19 ก็จะไปชลบุรีค่ะ และในช่วงปลายเดือนก็จะไปจ.นครปฐม คือนอกจากว่าจะมีการฝึกอาชีพไม่คิดค่าใช้จ่ายแล้ว เรายังมีการจัดตลาดนัด กบข. เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้า ก็อาจจะเป็นท่านทีฝึกอาชีพไปแล้ว หรือในครอบครัว กบข. มีการผลิตสินค้าออกมา มีช่องทางในการจำหน่าย ซึ่งทุกครั้งที่เราสัญจร เราก็จะจัดไปด้วยทุกครั้ง

 

คุณยุทธนา : มหกรรมสัญจรก็จะบวกด้วยตลาดนัด กบข.ไปด้วย แล้วที่สำนักงานใหญ่มีด้วยไหมครับ

 

คุณโสภาวดี : ที่สำนักงานใหญ่ก็จะมีการจัดทุกเดือน ทุกวันศุกร์ สิ้นเดือนค่ะ หน้าตึกของกบข.เอง

 

คุณยุทธนา : หน้าตึกอับดุลราฮิม ตรงข้ามสวนลุมเลย มีอะไรมาขายบ้างครับ

 

คุณโสภาวดี : ก็จะมีทุกอย่างที่เป็นสินคา อาจจะเป็นประเภทอาหาร ประเภทเสื้อผ้า เครื่องใช้ เครื่องตกแต่งในบ้านค่ะ

 

คุณยุทธนา : ให้ท่าเลขาฝากถึงสมาชิก กบข. ประมาณหนึ่งล้านสองแสนท่านหน่อยนะครับว่าอะไรคือเป้าหมายสำคัญที่ท่านตั้งใจไว้ว่าในการดำรงตำแหน่งเลขา กบข. มีความมุ่งมั่นตั้งใจว่าจะทำให้ได้ เพื่อกับบรรดาสมาชิก เชิญครับ

 

คุณโสภาวดี : ค่ะ งาน กบข. งานหลักก็คือการบริหารเงินกองทุน เพื่อที่จะเป็นหลักประกันสร้างความมั่นคงให้กับสมาชิกตอนที่เค้าเกษียณแล้ว ก็ขอเรียนว่า กบข. ก็บริหารโดยมืออาชีพนะค่ะ ที่จะลงทุนให้เกิดผลตอบแทนให้กับสมาชิกที่พอเหมาะพอควร ในระยะยาวให้กับสมาชิกนะค่ะ นอกจากนี้ก็เรียนว่าในสิ่งที่ให้สมาชิกมีความเชื่อมั่น คือเรื่องของความโปร่งใสเรื่องของการทำงานที่มุ่งประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลักเลย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราคุยกันใน กบข. ทุกคนนะค่ะว่าเราทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดกับสมาชิก กบข. ทุกท่านค่ะ

 

คุณยุทธนา : อะไรคือ คติประจำใจที่ใช้ในการทำงานจนประสบความสำเร็จและใช้มาโดยตลอดเลยครับท่านเลขา

 

คุณโสภาวดี : ก็คิดว่าทุกอย่าที่เราทำอะไร จะมองถึงเราต้องสามารถตอบคำถามได้ เราจะต้องทำเพื่อประโยชน์ขององค์กร ของคนที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ อย่าง กบข.เอง ก็ต้องยอมรับว่า สมาชิกคือส่วนที่ได้เสียที่สำคัญ แล้วเราก็คิดว่าเราต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความตั้งใจ ทำงานอยากได้คนที่ คือมีอะไรก็พูดออกมาเลย คนจริงใจ อย่ามีวาระซ่อนเร้นแล้วก็อย่าใช้องค์กร หรือคนอื่นเป็นเหยื่อแล้วตัวเองได้ไปเองซึ่ง ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยนะค่ะ ก็คิดว่า ถ้าทำอะไร มันต้องเป็นการทำงานร่วมมือร่วมใจกันมากกว่า แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะประสบความสำเร็จได้ อย่าเอาประโยชน์ของตัวเองเป็นหลักแล้วก็คนอื่นเสียหาย คิดว่าไม่ถูกต้องเลยค่ะ

 

คุณยุทธนา : ครับ เอาละครับชัดเจ ขอบคุณมากนะครับ ท่านเลขาครับ สวัสดีครับ

 

คุณโสภาวดี : ค่ะ สวัสดีค่ะ

 


Linux nsu3.4gbhost.com 2.6.18-194.el5PAE #1 SMP Fri Apr 2 15:37:44 EDT 2010 i686